| บางครั้งเป็นเรื่องยากที่จะบอกออกมาได้ว่าน้ำหนักของสุนัขที่คุณเลี้ยงควรจะ เป็นเท่าไหร่ดี และด้วยมนุษย์อย่างเรา น้ำหนักเค้าก็จะเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ ต่อไปนี้จะเป็นคู่มือน้ำหนักสำหรับสุนัขพันธุ์บางพันธุ์ที่คนนิยมเลี้ยง ถ้าคุณไม่เห็นพันธุ์ของสุนัขที่คุณเลี้ยงอยู่ในรายการนี้ ให้ตรวจเอาจากน้ำหนักของพันธุ์เดียวกันที่มีขนาดใกล้เคียงกับร่างกายสุนัข ของคุณมากที่สุด หรือหากคุณยังมีคำถาม ให้ถามเพิ่มเติมจากสัตว์แพทย์
|
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
คู่มือน้ำหนักสำหรับสุนัข
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
ความหวังสำหรับสุนัขที่มีน้ำหนักมากเกินไป
ในประเทศ แถบตะวันตกหลายต่อหลายประเทศ ประมาณ 40% ของสุนัขทั้งหมดมีน้ำหนักที่มากเกินไป น้ำหนักจากไขมันส่วนเกินที่เป็นปฏิปักษ์กับความสบายเนื้อสบายตัวและสุขภาพ ของเค้ามักมีสาเหตุมาจาก การกินอาหารมากเกินไป
เจ้า ของที่รักสุนัขมักจะกลัวว่าสุนัขของตัวเองจะอด จะหิว จึงมักจะให้อาหารสุนัขมากเกินไป บ่อยครั้งเกินไป หรือแม้กระทั่งให้ขนมขบเคี้ยวนอกมื้ออาหารด้วย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งทุกคนจะใจดีเป็นพิเศษ เจ้าของสุนัขหลายคนไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าสุนัขของเขาออกจะมีน้ำหนักมาก เกินไปนิด ทั้งนี้เพราะพวกเขามองข้าม ปัญหาของการมีน้ำหนักเกินที่มีอยู่ในสุนัขนั่นเอง
จากการ ศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าสุนัขที่มีเจ้าของเป็นคนอ้วนนั้นจะมีน้ำหนักที่ มากกว่าสุนัขที่มีเจ้าของเป็นคนที่มีน้ำหนักปกติ คือแทนที่จะให้สุนัขของตัวเองกินอาหารที่เหมาะสม กลับให้กับสุนัขโดยการให้สุนัขกินอาหารแบบตามใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ อาหารเหลือจากบนโต๊ะและอาหารที่ให้พลังงานสูงๆอย่างอื่นๆ ซึ่งในที่สุดก็จะ กลายเป็นปัญหาในภายหลัง
เจ้า ของที่รักสุนัขมักจะกลัวว่าสุนัขของตัวเองจะอด จะหิว จึงมักจะให้อาหารสุนัขมากเกินไป บ่อยครั้งเกินไป หรือแม้กระทั่งให้ขนมขบเคี้ยวนอกมื้ออาหารด้วย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งทุกคนจะใจดีเป็นพิเศษ เจ้าของสุนัขหลายคนไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าสุนัขของเขาออกจะมีน้ำหนักมาก เกินไปนิด ทั้งนี้เพราะพวกเขามองข้าม ปัญหาของการมีน้ำหนักเกินที่มีอยู่ในสุนัขนั่นเอง
จากการ ศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าสุนัขที่มีเจ้าของเป็นคนอ้วนนั้นจะมีน้ำหนักที่ มากกว่าสุนัขที่มีเจ้าของเป็นคนที่มีน้ำหนักปกติ คือแทนที่จะให้สุนัขของตัวเองกินอาหารที่เหมาะสม กลับให้กับสุนัขโดยการให้สุนัขกินอาหารแบบตามใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ อาหารเหลือจากบนโต๊ะและอาหารที่ให้พลังงานสูงๆอย่างอื่นๆ ซึ่งในที่สุดก็จะ กลายเป็นปัญหาในภายหลัง
อันตรายของโรคอ้วน/ภาวะน้ำหนักเกิน
การ มีน้ำหนักเกินจะส่งผลให้ร่างกายของสุนัขเริ่มเข้าสู่สภาวะที่แย่ลงเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องของโรคทางผิวหนัง การทนทานต่อความร้อนหรืออากาศร้อน ปัญหาเรื่องข้อต่อกระดูกต่างๆ และโรคหัวใจเป็นต้น นอกจากนั้น ความสามารถของร่างกายในการทนต่อการผ่าตัดและฟื้นตัวจากโรคต่างๆก็ลดลงเช่น กัน สุนัขที่มีน้ำหนักมากนั้น จะมีชีวิตที่ไม่ค่อยยืนยาวนักเมื่อเทียบกับสุนัขที่มีน้ำหนักตามมาตรฐาน
แม้ ว่าการมีน้ำหนักมากเกินไปมักมีสาเหตุมาจากการได้รับพลังงานมากกว่าที่ได้ใช้ ออกไป แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ เช่นพันธุกรรม, ฮอร์โมนหรือต่อมต่างๆในร่างกายทำงานผิดปกติ การออกกำลังกายไม่เพียงพอ หรือหลายๆ ปัจจัยดังกล่าวร่วมกัน
การ มีน้ำหนักเกินจะส่งผลให้ร่างกายของสุนัขเริ่มเข้าสู่สภาวะที่แย่ลงเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องของโรคทางผิวหนัง การทนทานต่อความร้อนหรืออากาศร้อน ปัญหาเรื่องข้อต่อกระดูกต่างๆ และโรคหัวใจเป็นต้น นอกจากนั้น ความสามารถของร่างกายในการทนต่อการผ่าตัดและฟื้นตัวจากโรคต่างๆก็ลดลงเช่น กัน สุนัขที่มีน้ำหนักมากนั้น จะมีชีวิตที่ไม่ค่อยยืนยาวนักเมื่อเทียบกับสุนัขที่มีน้ำหนักตามมาตรฐาน
แม้ ว่าการมีน้ำหนักมากเกินไปมักมีสาเหตุมาจากการได้รับพลังงานมากกว่าที่ได้ใช้ ออกไป แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ เช่นพันธุกรรม, ฮอร์โมนหรือต่อมต่างๆในร่างกายทำงานผิดปกติ การออกกำลังกายไม่เพียงพอ หรือหลายๆ ปัจจัยดังกล่าวร่วมกัน
จะช่วยสุนัขที่มีน้ำหนักมากเกินไปได้อย่างไร
ถ้า สุนัขของคุณน้ำหนักเกินไปมากแล้ว ให้พาเค้าไปหาสัตว์แพทย์ก่อน เพื่อรับการตรวจและสืบหาสาเหตุของน้ำหนัก ที่มากผิดปกติ ให้สัตว์แพทย์เป็นคนช่วยคุณตัดสินใจว่านำหนักที่เหมาะกับสุนัขและอาหารที่จะ ต้องให้เค้าคืออะไรหรือเท่าไหร่
สัตว์แพทย์อาจแนะนำ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักหรือให้คุณให้อาหารแบบเดิมต่อไปแต่ลดปริมาณลง จากเดิมสัก 30% งดให้อาหารขบเคี้ยวนอกมื้ออาหารกับเขา และจับเค้าไปออกกำลังกายด้วยกัน อย่างเช่นการเดินเป็นต้น (ซึ่งจะดีมากถ้าได้เดินออกกำลังกันทั้งคู่) เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมการลดน้ำหนักที่คุณจัดให้เค้าจะเป็นไปได้ด้วยดี ก็ให้จดประวัติน้ำหนักเค้าไว้ แต่จะเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุด หากจะให้เค้าได้ออกกำลังต่อไปอย่างต่อเนื่อง และชั่งน้ำหนักเค้าให้เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยให้เค้าของคุณมีสุขภาพที่ดี และวิธีที่จะช่วยให้เค้าได้อยู่กับคุณได้นานๆตลอดไป ก็ควรจะให้เค้าได้รับอาหารที่ดีในสัดส่วนที่ถูกต้องในทุกช่วงของชีวิต และพยายามรักษาให้น้ำหนักของเค้าใกล้เคียง น้ำหนักมาตรฐานมากที่สุดสำหรับพันธุ์ของเค้า ขนาดอย่างเค้า รวมถึงลักษณะอารมณ์และความมากน้อยของกิจกรรมที่เค้ามีด้วย
ถ้า สุนัขของคุณน้ำหนักเกินไปมากแล้ว ให้พาเค้าไปหาสัตว์แพทย์ก่อน เพื่อรับการตรวจและสืบหาสาเหตุของน้ำหนัก ที่มากผิดปกติ ให้สัตว์แพทย์เป็นคนช่วยคุณตัดสินใจว่านำหนักที่เหมาะกับสุนัขและอาหารที่จะ ต้องให้เค้าคืออะไรหรือเท่าไหร่
สัตว์แพทย์อาจแนะนำ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักหรือให้คุณให้อาหารแบบเดิมต่อไปแต่ลดปริมาณลง จากเดิมสัก 30% งดให้อาหารขบเคี้ยวนอกมื้ออาหารกับเขา และจับเค้าไปออกกำลังกายด้วยกัน อย่างเช่นการเดินเป็นต้น (ซึ่งจะดีมากถ้าได้เดินออกกำลังกันทั้งคู่) เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมการลดน้ำหนักที่คุณจัดให้เค้าจะเป็นไปได้ด้วยดี ก็ให้จดประวัติน้ำหนักเค้าไว้ แต่จะเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุด หากจะให้เค้าได้ออกกำลังต่อไปอย่างต่อเนื่อง และชั่งน้ำหนักเค้าให้เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยให้เค้าของคุณมีสุขภาพที่ดี และวิธีที่จะช่วยให้เค้าได้อยู่กับคุณได้นานๆตลอดไป ก็ควรจะให้เค้าได้รับอาหารที่ดีในสัดส่วนที่ถูกต้องในทุกช่วงของชีวิต และพยายามรักษาให้น้ำหนักของเค้าใกล้เคียง น้ำหนักมาตรฐานมากที่สุดสำหรับพันธุ์ของเค้า ขนาดอย่างเค้า รวมถึงลักษณะอารมณ์และความมากน้อยของกิจกรรมที่เค้ามีด้วย
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สุนัขเราน้ำหนักมากไปหรือเปล่านะ
เจ้า ของสุนัขทั้งหลายมักจะพบปัญหาว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของเขามีน้ำหนักมาก เกินไป หรือถ้าน้ำหนักมากเกินไป แล้วเขาควรต้องทำอย่างไร ต่อไปนี้จะเป็นสองขั้นตอนที่จะพาคุณเข้าไปพบกับวิธีการแยกแยะปัญหาเกี่ยวกับ น้ำหนักของสุนัข และแนะนำวิธีการในการลดน้ำหนักให้สุนัข รวมทั้งจะบอกได้ด้วยว่าสุนัขอันเป็นที่รักของคุณนั้น เค้ามีน้ำหนักเกินพอดีไปแล้ว
วิธี การแรกก็คือ ให้มองสุนัขจากด้างนนแล้วดูว่าเขามีเอวหรือไม่ ในสุนัขที่มีน้ำหนักกำลังดีนั้น คุณจะเห็น เอวของเค้าอย่างชัดเจน จากนั้นให้วางมือทั้งสองข้างของคุณลงบนซี่โครงของเขาให้แน่น คุณควรจะรู้สึกได้ว่ากำลัง สัมผัสซี่โครงเค้า แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกถึงซี่โครงของเขา แสดงว่าสุนัขของคุณน้ำหนักมากเกินไปแล้ว แต่ถ้าคุณสามารถมองเห็น แนวซี่โครงของเค้าได้ชัดโดยไม่ต้องใช้มือจับ นั่นก็แสดงว่าเค้าผอมไปหรือมีน้ำหนักน้อย เกินไปนั่นเอง
ภาวะ น้ำหนักเกินเป็นโรคเกี่ยวกับโภชนาการที่พบเสมอ โดยเฉพาะในประเทศแถบตะวันตก น้ำหนักที่มากเกินไป จะทำให้สุนัขมีความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆมากขึ้น หากสุนัขคุณมีน้ำหนักเกิน คุณควรปฎิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้เพื่อ ช่วยให้สุขภาพเค้าดีขึ้นและลดน้ำหนักลงอย่างได้ผล
เลิกให้ของว่างหรืออาหารที่เหลือจากยนโต๊ะ เมื่อเค้าจำต้องอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก
การ ที่สุนัขทีน้ำหนักเกินมักเกิดจากกินอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ดังนั้นคุณควรที่จะแบ่งอาหาร ที่จะให้เขากินในแต่ละวันออกเป็นมื้อเล็กๆวันละ 2-4 มื้อ และอย่าให้อาหารนอกมื้อเด็ดขาด หมั่นชั่งน้ำหนัก ของเค้าให้เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและให้เลือกชั่งในเวลาใดเวลา หนึ่งของวันเป็นเวลาประจำ ชั่งน้ำหนักเขา อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จดบันทึกวัน เวลา และน้ำหนักที่ชั่งได้เก็บไว้เสมอ
หาก คุณเลี้ยงสุนัขมากกว่าหนึ่งตัว ควรจะให้อาหารเค้าทีละตัว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าตัวที่กำลังลดน้ำหนักไป แย่งอาหารจากจานของตัวอื่น ให้คุณให้อาหารสุนัขของคุณก่อนที่คุณจะรับประทานอาหาร และให้พวกเค้าอยู่ห่างๆคุณหรือ ให้อยู่กันคนละห้องไปเลยขณะเวลาที่คุณกำลังรับประทานอาหารอยู่ เพื่อเป็นการป้องกันการอ้อนขออาหารของเจ้าตาใส และเพื่อเป็นการป้องกันคุณใจอ่อนด้วย
ให้ เข้มงวดกับสุนัขคุณในเรื่องกิจกรรมนอกบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เค้าไปคุ้ยหา เศษขยะตอนที่อยู่นอกบ้าน ดังนี้ถังขยะ ทั้งในบ้านและนอกตัวบ้านก็ควรจะปิดฝาให้เรียบร้อยที่สุดด้วย
คุยกับเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันว่าสุนัขของคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่ เพื่อไม่ให้พวกเพื่อนๆของคุณให้อาหารสุนัขของคุณ เพิ่มเติมอีก
ให้คุณเตรียมน้ำที่ใหม่และสะอาดไว้รอสุนัขตลอดเวลา
ตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
หมั่น พาสุนัขไปออกกำลังกายเป็นประจำ ค่อยๆเริ่มด้วยการออกกำลังเป็นระยะเวลาสั้นๆก่อน แล้วค่อยๆขยายเวลา ให้มากขึ้นทีละน้อย ซึ่งคุณอาจจะเริ่มต้นจากการเดิน และจากนั้นเมื่อเห็นสุนัขของคุณกำลังเริ่มสนุกกับการออกกำลังที่มากขึ้น ก็ให้เปลี่ยนไปเป็นการเล่นเกมส์ที่ต้องมีวิ่งประกอบด้วย อย่างเช่น เล่นแย่งของกัน หรือหลอกล่อของเล่นกันไปมา
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
การทำวัคซีนให้กับสุนัข
การทำวัคซีนให้กับสุนัข
- ระบบภูมิคุ้มกัน
- ชนิดของวัคซีน
- การกระตุ้นวัคซีน
- วิธีการให้วัคซีน
- จะให้วัคซีนเมื่อใด
- การให้วัคซีนและสังคมระบบภูมิคุ้มกัน
คน เราอยู่ภายใต้การบุกรุกของเชื้อจุลินทรีย์นับล้านชนิด ซึ่งอาศัยอยู่ในโลกของเรา ดังนั้นจะต้องหาบางอย่างสามารถ ต่อต้านเชื้อเหล่านี้อย่างได้ผลเพื่อให้อยู่รอด สุขภาพที่ดีจะมาจากกระบวนการป้องกันของร่างกายซึ่งจะทำงานตลอดเวลา ผิวหนังจะเป็นด่านป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ได้ เยื่อเมือกในจมูกจะช่วยจับสารแปลกปลอมที่สูดเข้าไปแล้วจะไอเพื่อขับเชื้อออก มา เมื่อคอและกล่องเสียงระคายเคืองและเพื่อไม่ให้เชื้อเข้าไปถึงปอดได้ ความเป็นกรดของกระเพาะอาหารสามารถฆ่าเชื้อได้ และปริมาณของสารคัดหลั่งจากลำไส้เล็กก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เชื้อบางชนิดก็ถูกขับออกจากร่างกายโดยผ่านทาง อุจจาระและปัสสาวะ ขณะที่ตับจะทำหน้าที่ทำลายสารพิษที่ถูกสร้างขึ้นจากแบคทีเรีย กระบวนการป้องกันตัวนี้จะเหมือนกัน ในคนและสัตว์ซึ่งจะทำงานได้ดีเมื่อสุขภาพดี แต่จะทำงานได้ไม่ดีถ้าร่างกายทรุดโทรม กินอาหารน้อย ร่างกายอ่อนแอ หรือเมื่อมีสภาวะจิตใจและร่างกายเกิดความเครียด เมื่อเชื้อโรคผ่านเข้ามาในร่างกายได้แล้ว ร่างกายก็จะมีแหล่งที่จะต่อต้าน เชื้ออีกด่านหนึ่งคือระบบภูมิคุ้มกันซึ่งจะมีตัวแอนตีบอดีเป็นอาวุธที่สำคัญ ที่มีความเฉพาะในการเข้าไปกำจัดผู้รุกรานที่เข้ามาให้หมดไป
ลูกสุนัข
ลูก สุนัขมีระบบภูมิคุ้มกันเป็นของตัวเองตั้งแต่เกิด แต่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ธรรมชาติจัดการให้หาทางเพิ่มแอนติบอดี โดยเอามาจากแม่ เรียกว่า Passive antibody เนื่อง จากลูกสุนัขไม่ได้สร้างขึ้นเอง ภูมิคุ้มกันที่มาจากแม่นี้ ลูกสุนัขได้รับตั้งแต่อยู่ในมดลูกจำนวนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ได้รับจากนมน้ำเหลือง (Colostrum) ซึ่ง เป็นนมแรกของแม่ที่ผลิตได้ แอนตีบอดีจากนมน้ำเหลืองจะสามารถดูดซึมโดยลูกสุนัขในช่วงวันแรกหลังคลอดเท่า นั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ดังนั้นเมื่อคอกมีขนาดใหญ่หรือการคลอดยาวนานมาก ลูกสุนัขตัวแรก ๆ เท่านั้นที่ได้กินนมน้ำเหลืองมากกว่าตัวที่เกิดหลังดังนั้น ความสามารถในการต่อต้านเชื้อโรคก็จะไม่เท่ากันในคอกเดียวกัน
แอนติบอดี ที่แม่ผ่านมาให้ลูกจะสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ถ้าแม่สุนัขเคยประสบภัยเชื้อ หรือได้รับวัคซีนนั้นมาแล้ว ถ้ามันอาศัยอยู่ในที่ปลอดเชื้อหรือป้องกันตัวอย่างดีไม่ให้สัมผัสสุนัขตัว อื่น และไม่เคยทำวัคซีน มันก็จะไม่มีความต้านทานผ่าน ไปให้ลูกได้ลูกสุนัขจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคอันตรายในสุนัขตั้งแต่ยังเล็ก อยู่
ถึง แม้ว่าแม่สุนัขปกติจะถ่ายถอด ภูมิต้านทานไปให้ลูกผ่านทางนมน้ำเหลือง ภูมิต้านทานชนิดนี้จะตกลงค่อนข้างเร็ว ในความเป็นจริงปริมาณของเลือดจะเพิ่มขึ้นสองเท่าทุก ๆ สัปดาห์ ดังนั้นลูกสุนัขต้องพัฒนาการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองเรียกว่า “Active immunity” ซึ่งจะได้จากการที่ลูกสุนัขสัมผัสกับเชื้อโดยตรงหรือจากการฉีดวัคซีน ถ้ามันต้องการจะมีภูมิต้านทาน โรคตลอดไป
สุนัขโต
โรคเกือบทุกชนิดที่มีสาเหตุมาจากเชื้อโรคจะมีสารประกอบโปรตีนเป็นพื้นฐาน ร่างกายที่สมบูรณ์จะป้องกันโปรตีนที่แปลกปลอมเข้ามาด้วยตัวเอง และกำจัดออกไปโดยการสร้างแอนติบอดีที่เฉพาะสำหรับผู้รุกราน active immunity เหล่านี้(สร้างจากตัวสัตว์เอง) จะถูกสร้างขึ้นมาโดยเม็ดเลือดขาวที่เฉพาะ ซึ่งพบได้มากในต่อมน้ำเหลืองและม้าม
ครั้งแรกที่ร่างกายได้สัมผัสกับเชื้อหรือวัคซีน active antibody จะ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการสร้างแอนติบอดี แต่ครั้งต่อไปที่เชื้อโรคเข้ามาสัมผัสโดยตรงเซลล์ที่จำได้จะเข้ามาสร้าง แอนติบอดีอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ว่าเชื้อโรคจะไม่มีโอกาส ได้เพิ่มจำนวนเลย นี่คือที่ว่าทำไมบางโรคเกิดในคนและสัตว์ครั้งเดียวแล้วไม่เกิดขึ้นอีกเลย ชั่วชีวิต ยกตัวอย่างเช่น โรคหัดใสคน เป็นเพียงโรคเดียวที่คนสัมผัสกับโรคแล้วจะมีภูมิต้านทานโรคนี้ตลอดชีวิต
แอนติบอดี มีความจำเพาะเจาะจงมากและจะทำร้ายเฉพาะแอนติเจนที่มากระตุ้นให้สร้างเท่า นั้น ตัวอย่างเลือดที่เก็บจาก สุนัขและนำมาตรวจทางห้องปฏิบัติการจะแสดงถึงสุนัขมีแอนติบอดีที่เฉพาะต่อ โรคอยู่ในกระแสเลือดและวิธีการสามารถอธิบายระหว่างแอนติบอดีได้ถูกสร้างขึ้น มาก่อนเพื่อรอเชื้อโรค หรือถูกผลิตขึ้นเฉพาะเวลามีเชื้อเท่านั้น ระดับของแอนติบอดี จะลดลงตามเวลาแต่การที่มีเชื้อเข้ามาสัมผัสด้วยแอนติเจนอันเดิมจะทำให้สร้าง แอนติบอดีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชนิดวัคซีน
ตั้งแต่เราไม่ต้องการให้สุนัขทนทานต่อโรคโดยการพัฒนาการป้องกันตัวด้วยตัวเองเราก็หันมาพัฒนา active immunity โดย การทำวัคซีน นี่เป็นการใช้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยการใช้ตัวเชื้อจำนวนน้อย ขนาดอ่อน ๆ ทำให้ร่างกายสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้
วัคซีนแบ่งเป็น 4 ชนิด
1) Attenuated living vaccine (วัคซีนเชื้อเป็น)
เชื้อ แบคทีเรียและไวรัสสามารถปรับให้ลดความรุนแรงของโรคลงแล้วนำไปกระตุ้นให้ร่าง กายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง เป็นการทำให้เชื้ออ่อนแรง และมักเป็นการนำเชื้อมาเลี้ยงในสัตว์ที่ไม่ติดเชื้อในธรรมชาติ เช่นในไข่ฟัก, สัตว์ชนิดอื่น, หรือเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงปริมาณของการทำให้อ่อนแรงขึ้นกับเชื้อจะอยู่ได้นาน เพียงไรในระบบที่สร้างขึ้น
ข้อ ดีของวัคซีนเชื้อเป็นนี้คือฉีดเพียง 1 ครั้งภูมิคุ้มกันก็จะขึ้นสูง สุนัขที่ฉีดวัคซีนแล้วจะไม่พบว่าปล่อยเชื้อ ไปหาสุนัขตัวอื่น ตัวอย่างเช่น วัคซีนป้องกันไขหัดสุนัข ถ้าไม่เป็นเช่นนี้แล้วเชื้อที่ปล่อยออกมากับวัคซีนอาจจะก่อ ความรุนแรงได้เมื่อสัตว์ได้รับและถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะมีความเสี่ยงว่าความก่อโรคกำลังจะกลับมาทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นการทำวัคซีนจะดีกว่าที่ไม่ได้ทำ
2) วัคซีนเชื้อตาย (Killed vaccine)
ทำ จากเชื้อที่ผ่านการทำให้ตายด้วยความร้อนหรือสารเคมี เช่น ฟอร์มาลิน ถึงแม่ว่ามันจะไม่สามารถเพิ่มจำนวน ได้ในการฉีดวัคซีนแต่ว่าการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก อย่างไรก็ดีการฉีด 2 ครั้ง มีความจำเป็นและสารที่ผสมเข้าไป ควรจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนด้วยที่สำคัญการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเองของ วัคซีนเชื้อตายนั้นไม่ยาวนานนักแต่ข้อดีคือความปลอดภัยสูง
3) Toxoids
เชื้อบางชนิดจะสร้างสารพิษขึ้นมาเรียกว่า ท็อกซิน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ตายปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อได้รับ ท็อกซินคือจะสร้าง anti-toxin ขึ้นมาต่อต้านหักล้างกับ toxin ดังนั้นการกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมาทำได้โดยการฉีด toxoid ซึ่งเป็น toxin ที่ทำให้ฤทธิ์หมดไป toxoid ผลิตได้จากนำท็อกซินไปผ่านความร้อนหรือสารเคมี เพื่อให้หมดความรุนแรงแล้วนำไปฉีดเข้าร่างกายกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมา ควรจะฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุก 1, 2 และ 3 ปี ตัวอย่างของ toxoid ที่มีอยู่คือ tetanus toxoid
4) วัคซีนรวม
เป็น การรวมผลิตวัคซีนจากเชื้อหลายชนิดมาผสมรวมกันเพื่อให้ป้องกันโรคได้หลายโรค วัคซีนรวมอาจประกอบด้วย เชื้อเป็น 2 ชนิด และเชื้อตายหลายชนิด หรือใช้เชื้อเป็นและเชื้อตายคู่กัน ข้อดีของวัคซีรวมคือใช้ควบคุมโรคได้ หลายชนิดโดยการฉีดเพียงเข็มเดียว
การกระตุ้นวัคซีน
ภูมิ ต้านทานที่เกิดจากวัคซีนนั้นไม่ยาวนานเท่าภูมิคุ้มกันจากการสัมผัสเชื้อตาม ธรรมชาติ ดังนั้นการกระตุ้นวัคซีนมี ความจำเป็นเป็นระยะๆ จะมีระยะห่างแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดโรคและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ สุนัข ที่ถูกเลี้ยงในที่สะอาด และพื้นที่จำกัดแยกจากตัวอื่นไม่เคยออกแสดงหรือถูกฝึกสอนเลยจะต้องการ กระตุ้นวัคซีคมากกว่าสุนัขที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ
วิธีการให้วัคซีน
วัคซีน โดยทั่วไปจะให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ แต่ในกรณีที่ต้องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ก็จะให้เข้าทางอื่น เช่น วัคซีนโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือ Kennel cough จากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella bronchiseptica จะ ให้โดยการหยอดจมูก วิธีการนี้จะกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะส่วนทางเดินหายใจส่วนต้นภายใน 2-3 วัน แล้วตามด้วยสร้างแอนติบอดีในกระแสเลือดภายหลัง
จะทำวัคซีนเมื่อใด
มีจุดมุ่งหมายชัดเจนที่ต้องการสร้าง “active antibody” โดย การฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในลูกสุนัขแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่เฉพาะเหตุผลจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ที่ช่วยป้องกันโรคได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง การป้องกันการตอบสนองของวัคซีนที่ไม่เหมาะสมด้วย แต่มีช่องโหว่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันให้เห็นซึ่งลูกสุนัขไม่ได้รับ ภูมิคุ้มกันจากแม่เพียงพอที่จะต่อสู้กันเชื้อโรคได้แต่เพียงพอที่จะป้องกัน ประสิทธิภาพของวัคซีน มีความพยายามอย่างมาก ที่คิดผลิตสเตรนของวัคซีนและโปรแกรมการทำวัคซีนที่ทำให้ระยะที่ไม่ปลอดภัย นี้เหลือสั้นที่สุด
ภูมิ คุ้มกันที่รับจากแม่จะลดลงครึ่งหนึ่งทุกอายุ 7-8 วัน ดังนั้นระยะเวลาของภูมิคุ้มกัน ในลูกจะขึ้นกับปริมาณที่ได้รับจากแม่ ซึ่งก็ขึ้นกับระดับของภูมิคุ้มกันในแม่ว่ามีสูงหรือต่ำ ปกติแล้วลูกสุนัขเพียง 77% เท่า นั้นที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ ในระดับที่พอเพียงภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ดังนั้นอายุที่เหมาะสม ในการทำวัคซีนลูกสุนัขจึงไม่เท่ากัน ถึงแม้จะมาจากครอกเดียวกัน ลูกสุนัขกำพร้าที่ไม่ได้ รับนมน้ำเหลืองเลย ตามหลักทฤษฎีแล้วต้องทำวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด แต่ว่าเราจะทำเมื่ออายุ 3-6 สัปดาห์ เพื่อรอให้ระบบภูมิคุ้มกันเจริญเต็มที่ก่อน
อายุ ที่เหมาะสมสำหรับทำวัคซีนไข้หัดสุนัข มีการทดสอบอย่างละเอียดโดยเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบ ทางห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้มาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับเวลาในการทำวัคซีนจนกระทั้งการเข้ามาของโรค พาร์โวไวรัสในสุนัข
ในรายของไข้หัดสุนัขแสดงให้เห็นว่า ลูกสุนัข................
1) ที่อายุ 6 สัปดาห์มี 30 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
2) ที่อายุ 8 สัปดาห์มี 65 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
3) ที่อายุ 12 สัปดาห์มี 98 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
ดังนั้นถ้าลูกสุนัขได้รับวัคซีนไข้หัดสุนัขที่อายุ 6 สัปดาห์ จะมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ตอบสนอง จาก
ภาพ ที่เห็นนี้คงจะพอมองออกว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน การทำวัคซีนที่อายุ 6-8 สัปดาห์ จะมีประมาณครึ่งหนึ่ง ที่พร้อมได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ขณะที่ครั้งที่ 2 ทำวัคซีนเมื่ออายุ 12 สัปดาห์และทำช้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 1 ปี อาจเห็นว่าเมื่อฉีดวัคซีนที่อายุ 8 และ 12 สัปดาห์แล้วจะมีบางส่วนเสียทิ้งไป เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกัน จากแม่เหลืออยู่แต่สูตรนี้จะทำให้ลูกสุนัขรอดตายสูง จนถึงเวลาออกขาย แต่ปัญหาของช่องโหว่ของระบบภูมิคุ้มกันก็ยังมีอยู่ แต่ว่าวิธีการดังกล่าวนี้ส่งผลเสียน้อยที่สุด
ใน รายของพาร์โวไวรัสจะอยู่ในสภาวะที่ซับซ้อนมากกว่า เพราะแม่สุนัขที่ได้รับเชื้อนี้มาก่อนจะมีแอนติบอดี ในระดับสูงมาก ลูกสุนัขที่เกิดมาจะมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับที่สูงเช่นกัน อาจอยู่ได้นานถึง 20 สัปดาห์ ถ้าแม่สุนัขมี ภูมิคุ้มกันถ่ายทอดมายังลูกไม่สูงนักก็สามารถทำวัคซีนได้ที่ 6 สัปดาห์ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีความแปรปรวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องฉีดวัคซีนหลายครั้ง
อย่าง ไรก็ดีในปี 1986 ได้มีการคิดค้นวัคซีนพาร์โวไวรัสเชื้อเป็น ซึ่งสามารถสร้างภูมิคุ้มกันใน ขณะที่ลูกสุนัขยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับต่ำ ทำให้โปรแกรมวัคซีนสิ้นสุดภายใน 12 สัปดาห์ ซึ่งสัตวแพทย์มักจะแนะนำวิธีนี้
สัตวแพทย์ จะวางโปรแกรมวัคซีน โดยประเมินจากสภาวะโรคในพื้นที่นั้น ๆ จากประวัติคอก หรือดูจากผลการตรวจเลือดด้วย จากการศึกษาโรคพาร์โวไวรัส พบว่าในฟาร์มที่มีเชื้อนี้อยู่แล้วจะทำให้ภูมิคุ้มกันจากแม่ ลดลงอย่างเร็วกว่าที่คาดไว้ จึงจำเป็นต้องแยกลูกสุนัขออกเลี้ยงต่างหากเพื่อรอทำวัคซีน
หลัง จากฉีดวัคซีนแล้วสุนัขบางตัวอาจรู้สึกขาดสีสันไป 2 ถึง 3 วัน และบางตัวอาจจะพบมีการอักเสบบริเวณที่ฉีดบ้าง ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้พาไปพบสัตวแพทย์ที่ฉีดวัคซีนให้ ผลข้างเคียงที่พบภายหลังได้แก่ blue eye ในสุนัข Afghan ถ้าฉีดเข็มก่อนหน้านี้เกิดปัญหาเดียวกันคือตาขุ่นให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์ที่ฉีดทันทีอย่ารอช้า วัคซีนโรคตับอักเสบติดต่อจาก CAV-2 ก็พบอาการข้างเคียงเกี่ยวกับการมองเห็นเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันนิยมทำวัคซีนรวม ซึ่งปลอดภัยและได้ผลดีในการป้องกันโรคสำคัญ 5 โรคในสุนัขได้แก่ ไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ เลบโตสไปโรซิส และKennel cough
ดัง ที่กล่าวมาแล้วในบทนี้ ถึงสภาพที่ซับซ้อนและสัตวแพทย์จะพิจารณาดูปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อเลือกวัคซีนที่เหมาะสมกับสุนัขที่สุด มีข้อพิจารณาปิดท้ายดังนี้
1) อย่าลืมกระตุ้นวัคซีนเพื่อให้การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื่องและยาวนาน
2) สุนัข ที่ฝากเลี้ยงจะต้องผ่านการทำวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อสำคัญมาแล้ว ถ้าคุณยังไม่มีใบรับรองวัคซีนคุณต้องไปปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน 1 เดือน
การทำวัคซีนกับสังคม
การเพิ่มจำนวนประชากรมนุษย์และสุนัขอย่างหนาแน่นเป็นความกดดันใหม่สำหรับ สุนัขและเจ้าของ มีความต้องการอย่างสูงที่จะให้จำกัดสุนัขอยู่ในสังคมเพื่อให้รบกวนคนที่ไม่ ชอบสุนัขน้อยที่สุด
เจ้า ของลูกสุนัขทั้งหลายควรปรึกษาการทำวัคซีนและพฤติกรรมหนีเสือปะจรเข้กับ สัตวแพทย์ก่อน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก่อนที่จะหาสัตว์เลี้ยงมา การตัดสินระหว่างเลี้ยงลูกสุนัขแยกจากสังคมเลย จนกระทั่งถึงเวลาทำวัคซีน หรือเริ่มให้ลูกสุนัขได้ร่วมอยู่ในสังคมก่อนได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่จำ เป็น จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยซึ่งควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนดังนี้
1) อารมณ์ของสุนัขแต่ละพันธุ์ ของลูกสุนัขและของพ่อแม่
2) สถานะทางครอบครัว สถานที่สำหรับสุนัข และสุนัขที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมอย่างไร
3) สภาวะโรคในพื้นที่ แหล่งที่มาของลูกสุนัข ประวัติการทำวัคซีนและระดับภูมิคุ้มกันในแม่ (ถ้ามี)
4) ความเสี่ยงต่อการเกิดโรค คิดเสมอว่าจะเก็บสุนัขไว้อย่างไรและโรคระบาดจะเข้ามาทางไหนได้บ้าง
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
การเตรียมบ้านเพื่อต้อนรับลูกสุนัขตัวใหม่
ลูกสุนัข ตัวใหม่ก็คือสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว ตัวคุณเองต้องลองคิดดูว่าการมีสุนัขตัวใหม่จะมีผลต่อ ชีวิตคุณอย่างไร โปรดจำไว้ว่าสำหรับลูกสุนัขแล้วความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่เค้าต้องพบ ก็คือการต้องจากครอบครัวของตัวเอง มาอยู่กับโลกใบใหม่ที่ทุกอย่างใหม่หมดสำหรับเค้า คนหน้าใหม่ เสียงแบบใหม่ ซึ่งสามารถสร้างทั้งความตื่นเต้น และความเครียดให้เค้าได้พร้อมๆกันทีเดียว ต่อไปนี้จะเป็นการเตรียมการขั้นต้นเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการนำเค้ามาสู่โลกใบ ใหม่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
แนะนำลูกสุนัขให้รู้จักกับสมาชิกของครอบครัว
ตาม ธรรมชาติของเด็กๆนั้น ก็อยากจะเล่นกับลูกสุนัขซึ่งมาใหม่ อยากจะอุ้ม และอยากจะเลี้ยงเค้า คุณควรจะหาที่ที่เงียบๆสำหรับลูกสุนัขให้ไม่มีคนมากวนเค้าและให้เค้าได้พัก ผ่อน เมื่อลูกสุนัขเริ่มโตขึ้นและคุ้นเคยกับ สภาพแวดล้อมแล้ว เค้าจะเริ่มเข้าหาออกมาเล่นกับคุณและเด็กๆ เอง
ตาม ธรรมชาติของเด็กๆนั้น ก็อยากจะเล่นกับลูกสุนัขซึ่งมาใหม่ อยากจะอุ้ม และอยากจะเลี้ยงเค้า คุณควรจะหาที่ที่เงียบๆสำหรับลูกสุนัขให้ไม่มีคนมากวนเค้าและให้เค้าได้พัก ผ่อน เมื่อลูกสุนัขเริ่มโตขึ้นและคุ้นเคยกับ สภาพแวดล้อมแล้ว เค้าจะเริ่มเข้าหาออกมาเล่นกับคุณและเด็กๆ เอง
ห้องที่เหมาะสม
ให้ หาที่อุ่นๆ ห่างจากลมเย็นๆให้เค้าอยู่ อย่างเช่นห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น ลูกสุนัขจะเคี้ยวไปหมดทุกอย่าง ดังนั้นคุณจะต้องดูให้ดีว่าของหรือวัสดุที่จะใช้มาเป็นที่นอนของเค้านั้นจะ ต้องเป็นวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายกับเค้าด้วย คุณอาจจะ หากล่องกระดาษแข็งที่ดึงข้างหน้าออกได้มาใช้เป็นที่นอนชั่วคราวให้เค้า ให้ปูพื้นกล่องด้วยหนังสือพิมพ์หรือผ้าห่มที่ซักง่ายๆ แต่เมื่อเค้าโตขึ้นและพ้นช่วงชอบแทะข้าวขอองแล้ว ขอแนะนำให้คุณซื้อที่นอนสุนัขที่ทำจากไวนิล หรือใช้ตะกร้าที่ทำจากวัสดุ อะไรก็ได้
ให้ หาที่อุ่นๆ ห่างจากลมเย็นๆให้เค้าอยู่ อย่างเช่นห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น ลูกสุนัขจะเคี้ยวไปหมดทุกอย่าง ดังนั้นคุณจะต้องดูให้ดีว่าของหรือวัสดุที่จะใช้มาเป็นที่นอนของเค้านั้นจะ ต้องเป็นวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายกับเค้าด้วย คุณอาจจะ หากล่องกระดาษแข็งที่ดึงข้างหน้าออกได้มาใช้เป็นที่นอนชั่วคราวให้เค้า ให้ปูพื้นกล่องด้วยหนังสือพิมพ์หรือผ้าห่มที่ซักง่ายๆ แต่เมื่อเค้าโตขึ้นและพ้นช่วงชอบแทะข้าวขอองแล้ว ขอแนะนำให้คุณซื้อที่นอนสุนัขที่ทำจากไวนิล หรือใช้ตะกร้าที่ทำจากวัสดุ อะไรก็ได้
บ้านหลังเล็กที่อยู่ข้างนอก
หาก บ้านคุณอยู่นอกเมือง คุณอาจให้เขาอยู่ในบ้านสำหรับสุนัขข้างนอกบ้านได้ บ้านสำหรับสุนัขควรจะ กว้างเป็นสองเท่าของตัวสุนัขที่มีขนาดโตเต็มที่แล้ว บ้านสำหรับสุนัขควรจะยกสูงจากพื้นเพื่อให้แห้งสะอาด หลังคาบ้านควรจะ สามารถถอดออกได้เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด และควรจะหาที่นอนนุ่มๆให้เค้าด้วย
หาก บ้านคุณอยู่นอกเมือง คุณอาจให้เขาอยู่ในบ้านสำหรับสุนัขข้างนอกบ้านได้ บ้านสำหรับสุนัขควรจะ กว้างเป็นสองเท่าของตัวสุนัขที่มีขนาดโตเต็มที่แล้ว บ้านสำหรับสุนัขควรจะยกสูงจากพื้นเพื่อให้แห้งสะอาด หลังคาบ้านควรจะ สามารถถอดออกได้เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด และควรจะหาที่นอนนุ่มๆให้เค้าด้วย
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
การฝึกมารยาทการอยู่ในบ้านให้ลูกสุนัข
อันที่จริงการฝึกให้เค้าอยู่ใน บ้านนี้จะไม่ค่อยพบว่าจะเป็นปัญหากับลูกสุนัขที่ปกติสักเท่าใดนัก นั่นก็เพราะว่า สำหรับลูกสุนัขที่ได้อยู่กับแม่ของพวกเค้าจนกระทั่งอายุได้ 6-7 สัปดาห์จะมีพัฒนาการในการเรียนรู้ ที่จะเดินออกจากที่นอน ของเค้าเพื่อไปทำธุระส่วนตัว สัญชาติญาณของลูกสุนัขนั้นรักสะอาด จะมีไม่กี่ตัวเท่านั้นที่จะทำที่นอนของตัวเอง เปียกหรือเปรอะเปื้อน ลูกสุนัขเล็กๆมักต้องการฉี่และอึบ่อยกว่าตอนโต เพราะกระเพาะปัสสาวะกับลำไส้ที่มีขนาดเล็กอยู่ นี่เป็นโอกาสอันดีของคุณในฐานะที่เป็นเจ้าของเค้าที่จะสอนให้เค้าไปขับถ่าย ให้ถูกที่ถูกทาง นั่นจะเป็นส่วนที่ทำให้เค้า มีการเรียนรู้ที่เร็วขึ้นด้วย
อย่า ทำโทษเจ้าตัวน้อยถ้าเค้าทำผิด ในฐานะเจ้าของมันเป็นความรับผิดชอบของคุณ ที่จะพาเค้าไปขับถ่ายในที่ ที่คุณจัดไว้เป็นห้องน้ำสำหรับเค้าให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่เค้าต้องการ พาเขาไปเวลาเขาเพิ่งตื่นนอนหลังมื้ออาหาร หรือทุกๆหนึ่งชั่วโมง เมื่อคุณพาเค้าไปทำธุระข้างนอกบ้านให้รอจนกระทั่งเค้าทำธุระเสร็จเรียบร้อย ก่อน แล้วจึงชมเชยเค้าด้วยการให้ขนมชิ้นเล็กๆสักชิ้น หรือเล่นด้วยกันสักยก เมื่อเค้ากำลังเรียนรู้ คุณจะต้องคอยอยู่ด้วยกับเค้า ทุกตอน แล้วชมเชยเค้าให้ถูกเวลา
ลูกสุนัขเล็กๆนั้นมักจะขับถ่าย แบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันที่จะต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กับเรื่องนี้ แล้วก็เก็บกวาดเสียให้เรียบร้อยโดยอย่าให้มีกลิ่นใดๆหลงเหลืออยู่เด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะเป็นการส่งเสริมให้เค้าทำซ้ำกับที่เดิม ต่อไป และให้จำไว้เสมอว่าอย่าตวาดเมื่อเขาทำผิดแต่ให้ชมเชยหรือให้รางวัลเมื่อเค้า ทำถูกต้อง และในที่สุดเค้า ก็จะออกไปขับถ่ายข้างนอกได้เองในไม่ช้า
คุณ สามารถหัดให้สุนัขขับถ่ายให้เป็นที่และเป็นเวลาได้เช่นกัน โดยขณะที่เค้ากำลังขับถ่าย ให้บอกเค้าด้วยคำพูด (ที่คุณเลือกมา)เช่น “เร็วๆนะ” หรือ “ทำธุระกัน” แล้วในที่สุด สุนัขจะโยงคำเหล่านี้ เข้ากับการขับถ่าย
ใน ฐานะที่คุณเป็นเจ้าของเค้า คุณจะต้องป้องกันไม่ให้เค้าขับถ่ายไม่เป็นที่ให้ได้ การสอนสุนัขให้ขับถ่าย บนสนามในบ้านก่อนคุณออกไปข้างนอกก็จะช่วยไม่ให้เค้าขับถ่ายเลอะเทอะบนทาง เท้าหรือสวนสาธารณะได้ และควรจะนำ ที่ตักไปกับคุณด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อสุนัขของคุณเกิดขับถ่ายในที่สาธารณะคุณจะช่วย ทำความสะอาดได้
อย่า ทำโทษเจ้าตัวน้อยถ้าเค้าทำผิด ในฐานะเจ้าของมันเป็นความรับผิดชอบของคุณ ที่จะพาเค้าไปขับถ่ายในที่ ที่คุณจัดไว้เป็นห้องน้ำสำหรับเค้าให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่เค้าต้องการ พาเขาไปเวลาเขาเพิ่งตื่นนอนหลังมื้ออาหาร หรือทุกๆหนึ่งชั่วโมง เมื่อคุณพาเค้าไปทำธุระข้างนอกบ้านให้รอจนกระทั่งเค้าทำธุระเสร็จเรียบร้อย ก่อน แล้วจึงชมเชยเค้าด้วยการให้ขนมชิ้นเล็กๆสักชิ้น หรือเล่นด้วยกันสักยก เมื่อเค้ากำลังเรียนรู้ คุณจะต้องคอยอยู่ด้วยกับเค้า ทุกตอน แล้วชมเชยเค้าให้ถูกเวลา
ลูกสุนัขเล็กๆนั้นมักจะขับถ่าย แบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันที่จะต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กับเรื่องนี้ แล้วก็เก็บกวาดเสียให้เรียบร้อยโดยอย่าให้มีกลิ่นใดๆหลงเหลืออยู่เด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะเป็นการส่งเสริมให้เค้าทำซ้ำกับที่เดิม ต่อไป และให้จำไว้เสมอว่าอย่าตวาดเมื่อเขาทำผิดแต่ให้ชมเชยหรือให้รางวัลเมื่อเค้า ทำถูกต้อง และในที่สุดเค้า ก็จะออกไปขับถ่ายข้างนอกได้เองในไม่ช้า
คุณ สามารถหัดให้สุนัขขับถ่ายให้เป็นที่และเป็นเวลาได้เช่นกัน โดยขณะที่เค้ากำลังขับถ่าย ให้บอกเค้าด้วยคำพูด (ที่คุณเลือกมา)เช่น “เร็วๆนะ” หรือ “ทำธุระกัน” แล้วในที่สุด สุนัขจะโยงคำเหล่านี้ เข้ากับการขับถ่าย
ใน ฐานะที่คุณเป็นเจ้าของเค้า คุณจะต้องป้องกันไม่ให้เค้าขับถ่ายไม่เป็นที่ให้ได้ การสอนสุนัขให้ขับถ่าย บนสนามในบ้านก่อนคุณออกไปข้างนอกก็จะช่วยไม่ให้เค้าขับถ่ายเลอะเทอะบนทาง เท้าหรือสวนสาธารณะได้ และควรจะนำ ที่ตักไปกับคุณด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อสุนัขของคุณเกิดขับถ่ายในที่สาธารณะคุณจะช่วย ทำความสะอาดได้
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
สุนัขกับเพื่อนสัตว์ทั้งหลาย
สุนัขของ เรามักจะคิดเสมอว่าตัวเองนั้นเป็นเอกในบ้าน แต่เค้าอาจไม่ใช่สัตว์เลี้ยงภายในบ้านตัวเดียวของคุณเท่านั้น ต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลที่จะพอช่วยให้เจ้าสุนัขของคุณเข้ากันกับเพื่อนตัว อื่นๆได้
สุนัขกับสุนัข
สุนัข อีกตัวหนึ่งนับเป็นเพื่อนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขมากที่สุด สุนัขสองตัวจะอยู่เป็นเพื่อนกันได้และคุณสามารถ ปล่อยให้พวกเค้าอยู่กันเองตามลำพังได้ชั่วขณะหนึ่ง อย่างไรก็ดีการที่มีสุนัขถึงสองตัวก็จะต้องมีที่มีทางให้แต่ละตัว เป็นของตัวเองด้วย เพราะบางครั้งพวกเค้าอาจจะอยู่ตามลำพังบ้าง และแน่นอนแต่ละตัวก็จะต้องมีชามข้าวและน้ำ เป็นของตัวเองด้วย การเลี้ยงสุนัขสองตัวจะไม่สร้างปัญหาเพิ่มจากการที่คุณเลี้ยงเค้าเพียงตัว เดียวเท่าไหร่นัก การจะพาสุนัข หนึ่งตัวหรือสองตัวไปเดินเล่นไม่ได้ยุ่งยากแตกต่างกัน
จะ เหมาะที่สุดถ้าสุนัขสองตัวเป็นตัวผู้และตัวเมีย แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้เค้ามีลูกกัน ต้องไปทำหมัน ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ถ้าสุนัขเป็นตัวผู้ทั้งคู่เขาจะได้โตมาด้วยกันและเป็นเพื่อนรักกันและจะยิ่ง ดีหากคุณได้ลูกสุนัขทั้งสองตัว มาจากครอกเดียวกัน แต่หากสุนัขตัวหนึ่งอยู่ตัวเดียวมาก่อนเป็นเวลานาน เค้าจะไม่กระตือรือร้นอยากมีเพื่อนใหม่เท่าใดนัก สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างความคุ้นเคยก็คือสถานที่ทั่วๆไป (ไม่ใช่อาณาเขตของใคร) เช่น ในสวนสาธารณะ แล้วจากนั้นเมื่อสุนัขตัวที่สองเข้ามาในบ้าน สุนัขที่อยู่กับคุณมาก่อนจะต้องได้รับการเอาใจใส่และการดูแลจากคุณเหมือน เช่นเคย แต่เพื่อป้องกันพวกเค้าสองตัวทะเลาะกัน สุนัขทั้งสองจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าคนที่เป็นเจ้าของ ก็คือ เจ้านายของเค้านั่นเอง
สุนัข อีกตัวหนึ่งนับเป็นเพื่อนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขมากที่สุด สุนัขสองตัวจะอยู่เป็นเพื่อนกันได้และคุณสามารถ ปล่อยให้พวกเค้าอยู่กันเองตามลำพังได้ชั่วขณะหนึ่ง อย่างไรก็ดีการที่มีสุนัขถึงสองตัวก็จะต้องมีที่มีทางให้แต่ละตัว เป็นของตัวเองด้วย เพราะบางครั้งพวกเค้าอาจจะอยู่ตามลำพังบ้าง และแน่นอนแต่ละตัวก็จะต้องมีชามข้าวและน้ำ เป็นของตัวเองด้วย การเลี้ยงสุนัขสองตัวจะไม่สร้างปัญหาเพิ่มจากการที่คุณเลี้ยงเค้าเพียงตัว เดียวเท่าไหร่นัก การจะพาสุนัข หนึ่งตัวหรือสองตัวไปเดินเล่นไม่ได้ยุ่งยากแตกต่างกัน
จะ เหมาะที่สุดถ้าสุนัขสองตัวเป็นตัวผู้และตัวเมีย แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้เค้ามีลูกกัน ต้องไปทำหมัน ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ถ้าสุนัขเป็นตัวผู้ทั้งคู่เขาจะได้โตมาด้วยกันและเป็นเพื่อนรักกันและจะยิ่ง ดีหากคุณได้ลูกสุนัขทั้งสองตัว มาจากครอกเดียวกัน แต่หากสุนัขตัวหนึ่งอยู่ตัวเดียวมาก่อนเป็นเวลานาน เค้าจะไม่กระตือรือร้นอยากมีเพื่อนใหม่เท่าใดนัก สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างความคุ้นเคยก็คือสถานที่ทั่วๆไป (ไม่ใช่อาณาเขตของใคร) เช่น ในสวนสาธารณะ แล้วจากนั้นเมื่อสุนัขตัวที่สองเข้ามาในบ้าน สุนัขที่อยู่กับคุณมาก่อนจะต้องได้รับการเอาใจใส่และการดูแลจากคุณเหมือน เช่นเคย แต่เพื่อป้องกันพวกเค้าสองตัวทะเลาะกัน สุนัขทั้งสองจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าคนที่เป็นเจ้าของ ก็คือ เจ้านายของเค้านั่นเอง
สุนัขกับแมว
บรรดา สุนัขและแมวจะต้องทำความรู้จักกันก่อนเป็นสิ่งแรก ทั้งนี้เพราะภาษากายของพวกเค้านั้นมีความแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่นหากแมวตวัดหาง แปลว่าแมวกำลังโกรธ แต่ถ้าสุนัขกระดิกหางนั่นแสดงว่าเค้ากำลังมีความสุข นี่คือความแตกต่างที่พวกเค้าจะต้องเรียนรู้ ทำนองเดียวกันจะทำอย่างไรถึงจะให้เจ้าแมวน้อยรู้ว่าตอนไหนที่สุนัขโกรธ และควรจะปล่อยให้สุนัขอยู่ลำพัง หากสุนัขกำลังคำรามเสียงต่ำๆอยู่ในลำคอ แมวจะเข้าใจผิดตีความว่าสุนัขกำลังอารมณ์ดี เพราะแมวจะส่งเสียงครางในลำคอเวลาที่สบายตัวและพอใจหรือมีความสุข
และ ถ้าสุนัขยกเท้าหน้าขึ้นก็จะหมายถึง “มาเล่นด้วยกันเถอะ” แต่กิริยาอย่างเดียวกันถ้าเกิดกับแมว กลับจะหมายความว่าปฏิเสธ หากคุณให้ทั้งสุนัขและแมวได้เติบโตขึ้นมาด้วยกันได้ พวกเค้าจะเรียนรู้ภาษาของกันและกัน ได้อย่างดีรวมทั้งจะกลายมาเป็นเพื่อนคู่หูกันด้วย แต่ถ้าคุณพาแมวตัวใหม่เข้าบ้านที่มีสุนัขรออยู่แล้ว ทุกอย่างจะเริ่มต้นไปด้วยดี คุณจะต้องให้ทั้งสองตัวอยู่แยกกันสักสองถึงสามวัน แต่ควรจะให้แต่ละตัวได้ยินซึ่งกันและกันผ่านประตูที่กั้นอยู่ จากนั้นให้ทั้ง สองได้เจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ให้คุณอุ้มแมวไว้ในอ้อมแขนของคุณแล้วให้เธอมองดูสุนัข และแสดงให้เห็นว่าสุนัขนั้น เป็นเพื่อนที่ดีได้ ส่วนสุนัขซึ่งคุ้นเคยกับการอยู่รวมกันเป็นฝูง จะยอมรับสมาชิกใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ถ้าในกรณีกลับกัน คือคุณมีแมวอยู่ที่บ้านอยู่ก่อนแล้วและสุนัขเป็นผู้มาทีหลัง คุณจะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำให้แมวเห็นสุนัขเป็นเพื่อนให้ได้
บรรดา สุนัขและแมวจะต้องทำความรู้จักกันก่อนเป็นสิ่งแรก ทั้งนี้เพราะภาษากายของพวกเค้านั้นมีความแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่นหากแมวตวัดหาง แปลว่าแมวกำลังโกรธ แต่ถ้าสุนัขกระดิกหางนั่นแสดงว่าเค้ากำลังมีความสุข นี่คือความแตกต่างที่พวกเค้าจะต้องเรียนรู้ ทำนองเดียวกันจะทำอย่างไรถึงจะให้เจ้าแมวน้อยรู้ว่าตอนไหนที่สุนัขโกรธ และควรจะปล่อยให้สุนัขอยู่ลำพัง หากสุนัขกำลังคำรามเสียงต่ำๆอยู่ในลำคอ แมวจะเข้าใจผิดตีความว่าสุนัขกำลังอารมณ์ดี เพราะแมวจะส่งเสียงครางในลำคอเวลาที่สบายตัวและพอใจหรือมีความสุข
และ ถ้าสุนัขยกเท้าหน้าขึ้นก็จะหมายถึง “มาเล่นด้วยกันเถอะ” แต่กิริยาอย่างเดียวกันถ้าเกิดกับแมว กลับจะหมายความว่าปฏิเสธ หากคุณให้ทั้งสุนัขและแมวได้เติบโตขึ้นมาด้วยกันได้ พวกเค้าจะเรียนรู้ภาษาของกันและกัน ได้อย่างดีรวมทั้งจะกลายมาเป็นเพื่อนคู่หูกันด้วย แต่ถ้าคุณพาแมวตัวใหม่เข้าบ้านที่มีสุนัขรออยู่แล้ว ทุกอย่างจะเริ่มต้นไปด้วยดี คุณจะต้องให้ทั้งสองตัวอยู่แยกกันสักสองถึงสามวัน แต่ควรจะให้แต่ละตัวได้ยินซึ่งกันและกันผ่านประตูที่กั้นอยู่ จากนั้นให้ทั้ง สองได้เจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ให้คุณอุ้มแมวไว้ในอ้อมแขนของคุณแล้วให้เธอมองดูสุนัข และแสดงให้เห็นว่าสุนัขนั้น เป็นเพื่อนที่ดีได้ ส่วนสุนัขซึ่งคุ้นเคยกับการอยู่รวมกันเป็นฝูง จะยอมรับสมาชิกใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ถ้าในกรณีกลับกัน คือคุณมีแมวอยู่ที่บ้านอยู่ก่อนแล้วและสุนัขเป็นผู้มาทีหลัง คุณจะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำให้แมวเห็นสุนัขเป็นเพื่อนให้ได้
สุนัขกับเพื่อนสัตว์อื่นๆ
การ ทำให้สัตว์คุ้นเคยกับเพื่อนอื่นๆนั้น จะเป็นเรื่องง่ายหากพวกเค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนตัวอื่นๆในช่วงเวลา แห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม สุนัขจะเข้าทำความรู้จักกับสัตว์ตัวอื่นผ่านทางการดมกลิ่นเป็นหลัก ดังนั้นสัตว์ต่างๆ ก็จะทำความรู้จักกับตัวอื่นๆผ่านทางการดมกลิ่นก่อนที่จะเห็นตัวจริงเช่นกัน คุณจึงสามารถช่วยให้พวกเค้ารู้จักกันได้ง่ายขึ้น ด้วยการให้สุนัขลองดมเศษผ้าห่มหรือเศษขี้เลื่อยที่มีกลิ่นสัตว์ตัวอื่นติด อยู่(แล้วแต่ชนิดของสัตว์)แบบอยู่ห่างๆ คุณสามารถวาง เศษผ้าเหล่านี้ไว้ข้างๆที่นอนของสุนัข ขั้นต่อไปก็ให้สุนัขลองมองสัตว์อีกตัวอยู่แบบห่างๆ ขณะที่สัตว์ตัวนั้นกำลังหลับอยู่ แล้วขณะเดียวกันก็ให้พูดอะไรก็ได้กับสุนัขด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่โปรดจำไว้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผูกมิตรเท่านั้น และอย่าลืมว่าห้ามทิ้งสุนัขไว้ตามลำพังกับสัตว์ตัวอื่นอย่างเด็ดขาด
การ ทำให้สัตว์คุ้นเคยกับเพื่อนอื่นๆนั้น จะเป็นเรื่องง่ายหากพวกเค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนตัวอื่นๆในช่วงเวลา แห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม สุนัขจะเข้าทำความรู้จักกับสัตว์ตัวอื่นผ่านทางการดมกลิ่นเป็นหลัก ดังนั้นสัตว์ต่างๆ ก็จะทำความรู้จักกับตัวอื่นๆผ่านทางการดมกลิ่นก่อนที่จะเห็นตัวจริงเช่นกัน คุณจึงสามารถช่วยให้พวกเค้ารู้จักกันได้ง่ายขึ้น ด้วยการให้สุนัขลองดมเศษผ้าห่มหรือเศษขี้เลื่อยที่มีกลิ่นสัตว์ตัวอื่นติด อยู่(แล้วแต่ชนิดของสัตว์)แบบอยู่ห่างๆ คุณสามารถวาง เศษผ้าเหล่านี้ไว้ข้างๆที่นอนของสุนัข ขั้นต่อไปก็ให้สุนัขลองมองสัตว์อีกตัวอยู่แบบห่างๆ ขณะที่สัตว์ตัวนั้นกำลังหลับอยู่ แล้วขณะเดียวกันก็ให้พูดอะไรก็ได้กับสุนัขด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่โปรดจำไว้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผูกมิตรเท่านั้น และอย่าลืมว่าห้ามทิ้งสุนัขไว้ตามลำพังกับสัตว์ตัวอื่นอย่างเด็ดขาด
ป้ายกำกับ:
ขายสุนัข,
ซื้อสุนัข,
พันธ์สุนัข,
ราคาสุนัข,
เรื่องน่ารู้ของสุนัข,
ลูกสุนัข,
วิธีเลี้ยงสุนัข,
สายพันธุ์สุนัข,
สุนัขไทย,
dog
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)